blog / diary
Set Thai Font


May-Chan: about me


  Lastest 10 Blog/Diary
 
   
 
 
 

  Lastest 10 Comments
 
   
 
 
 

  Say Hi! to Me ^_^
 
 
Name
E-Mail
Emotion
sample
*Please do not type over this box
 
 
 
   
 
 
 

  Search in this Blog
 
 
 
 

  Linking
 
 

My Network:
Wonder May
Toon2Home
Anime Uta
WonderMay Hosting

My Neighbours:
Wonder May
Webmonster's Blog

 
 

MAY-CHAN's Blog / Diary ^__^
 
 
"Thank you everybody for visit my websites...."
 
 
 
 

Blog/Diary Categories:
Diary, News, Entertainment, Anime, Knowledge

 
 
 
 
 



..and who am I? That's one secret I'll never tell. You know you love me. XOXO, Gossip Girl.

เป็นซีรี่ย์ฝรั่งที่ได้รับความนิยมมากๆเรื่องหนึ่ง เนื่องด้วยตัวละครหลักทั้งผู้หญิงผู้ชายรูปร่างหน้าตาดีทุกคน และเป็นเรื่องราวของวัยรุ่นๆ ที่มีทุกอรรถรส ทั้งความรัก การเรียน ชีวิต และครอบครัว
และแถมทั้งเนื้อหาและคนแสดงเด่นๆในเรื่องนี้ ขยันมีข่าวฉาวออกมาบ่อยๆด้วย?

สำหรับเรา พอดีช่วงหลังมานี่ชอบหนังซีรี่ย์ฝรั่งค่ะ ก็นึกหามาดู เกิดสนใจเรื่องนี้ เคยฟังคนเค้าพูดถึงกันก็ว่าน่าสนใจดี
พอมาได้ดูแล้ว ก็รู้สึกชอบมากกกกกจริงๆ ชอบเนื้อเรื่อง ชอบตัวละคร ชอบคนแสดง ชอบไปหมด อิอิ
จริงๆ ดูจบ (ถึงภาค 2) ตั้งแต่สิ้นปีที่แล้ว วันนี้พึ่งกลับมาดูรอบสองอีก เนื่องด้วยคิดถึงหนุ่มๆในเรื่อง ฮาฮา

จริงๆอยากเปิดเว็บแฟนคลับอยู่เหมือนกันนะคะเนี่ยะ ..แต่ยังไม่มีเวลา T-T

กอสซิป เกิร์ล เป็นเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นไฮโซ พ่อแม่เป็นคนเด่งดัง ร่ำรวย มีชื่อเสียง บารมีจึงตกมาถึงลูกๆ
เริ่มเรื่องด้วยการกลับมาอีกครั้งของ Serena van der Woodsen สาวแสบหัวโจกประจำกลุ่ม ซึ่งอยู่ๆเธอหายตัวไปเรียนโรงเรียนประจำสะงั้น แล้วพึ่งกลับมา
แล้วพอกลับมา เธอก็เปลี๋ยนไป กลายเป็นสาวน่ารัก แจ่มใส ตั้งใจเรียนมากขึ้น ไม่ทำตัวแสบเหมือนเมื่อก่อน
ซึ่งทำความประหลาดใจให้กับบรรดาเพื่อนๆ อย่างสาวไฮโซอีกคน Blair Waldorf
2 คนนี้ ซี้กันมากๆ แต่เนื่องด้วยเซเรน่า จากไปอย่างกะทันหันไม่ทันได้ร่ำลา แถมไม่เคยติดต่อกับแบลร์อีกเลย มันทำให้เกิดกำแพงบางๆระหว่างเพื่อนซี้ 2 สาว
อีกทั้งเรื่องนี้ ยังมี Nate Archibald แฟนของแบลร์ และเพื่อนซี้เนท Chuck Bass จอมเจ้าชู้ ดื่มเหล้าเคล้านารี
เรื่องนี้นอกจากมีสังคมวัยรุ่นไฮโซแล้ว ก็จะมีกลุ่มโลโซที่หลงเข้าไปเรียนโรงเรียนดังด้วยอีก
อย่าง Dan Humphrey และ Jenny Humphrey น้องสาวของแดน รวมถึง Vanessa Abrams เพื่อนสนิทของแดน....

(ไม่ขอเล่าเรื่องย่อมากมาย แต่ต่อไปนี้ ที่จะพูดไปอาจมีสปอยล์)

เราชอบตัวละครหลักทุกตัวเลยค่ะ หล่อสวยน่ารัก แสดงดีมากๆ เซเรน่ากับแบลร์ชอบทั้งคู่เลย
ส่วนผู้ชายตอนแรกเลยชอบชัค ไม่รู้สิ ถ้าคนจริงๆคงไม่ชอบ แต่ในเรื่องนี้ชอบบุคลิกนิสัยกวนๆของเขา โดยเฉพาะตอนเข้าฉากกับแบลร์ โอ๊ยกรี๊ดดด ชอบคู่นี้มาก ลุ้นจนตัวโก่ง
ตลกนิดนึง ไม่นึกว่าฝรั่งก็จะมีมุกแบบนี้ด้วย "3 Words, 8 Letters. Say It, and I'm Yours."
แบลร์กับชัคตอนแรกนั้น เราก็ไม่รู้จะโทษใครดี แต่จริงๆ ก็เข้าข้างแบลร์มากกว่า??
ตอนแรกชัคทำท่าพิศวาสแบลร์ก่อนก็จริง แต่ไม่เคยพูดอะไรออกมา ยิ่งพวกฝรั่งแล้ว ก็เข้าใจนะ การหลับนอนกัน มันไม่ได้หมายถึงว่า ฉันรักเธอ เสมอไปใช่ไหมล่ะ?
แล้วไหน ตอนนั้นที่นัดกัน ชัคก็ไม่มาอีก น่าสงสารๆ Poor Blair จริงๆ
ก็พึ่งจะมา happy ending เมื่อตอนจบภาค 2 ไปแอบดูภาค 3 มานิดหน่อย ฮุฮุ สนุกๆสมใจมากมาย
รอ dvd อยู่ คงอีกพักใหญ่นะคะ เฮ้อ...

อีกคู่ที่เราแอบเชียร์ เราคิดว่าเซเรน่าน่าจะคู่กับเนท? แม้จะคบๆเลิกๆกับแดนมาพักใหญ่ๆ
แต่คิดว่าไม่นะ 2 คนนี้น่าจะคู่กันมากกว่า หน้าตาสมกันมากมาย แล้วดูเป็นเพื่อนๆที่ไม่เคยคุยขัดคอกันดีด้วย
เห็นกับอีตาแดน ชอบขัดกันตลอด เหมือนไม่ค่อยเข้าใจกัน
แล้วสำหรับเนท ใช่แล้วค่ะ เป็นสุดหล่อคนที่สองในเรื่องที่เราประทับใจ อิอิ
ตอนแรกก็รู้ว่าคนนี้หล่อสุดนะ ถ้าดูแค่หน้าตา แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร
แต่รอบสองที่มาดูหนังอีกรอบนั้น ชักรู้สึกถึงความหล่อและน่ารักของเนทแล้วล่ะ กรี๊ดดดด
เสียอย่างเดียว ตัวละครเนทในเรื่องนี้ เป็นผู้ชายที่โคตะระจะอ่อนไหวที่สุด อยู่ใกล้ใครนี่ ชอบเค้าไปหมดเลย ใจดีกับสาวทุกคน เฮ้อ.. ไม่ไหวๆ //หวังว่าตัวจริงคงไม่ใช่แบบในเรื่องนี้นะ?

แล้วเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างมาก ทราบกันหรือไม่คะ?
ในเรื่องนี้ มีดาราที่เป็นแฟนกันจริงๆ ถึง 2 คู่เลยค่ะ คู่แรก เซเรน่ากับแดน และก็คู่ของชัคกับวาเนสซ่า แหมดีใจจัง
แต่คู่หลังนี่แอบเคืองเล็กน้อยถึงปานกลาง เศร้าไปพัก ฮาฮา
ด้วยเหตุนี้ด้วยมั้ง พักหลังเราเลยเปลี่ยนใจไปชอบเนทดีกว่า เหมือนจะยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน
อ้อ แล้วก็อีกคู่ด้วย แบลร์กับคาร์เตอร์ แฟนตัวจริงเสียจริง
ดีจังเนอะ เป็นแฟนกัน ได้ทำงานด้วยกัน ^_^

posted: 03/07/2553 17:06:35  
 
 
 
 
 

ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอต่อเมนูถัดมาที่เราได้ทำเมื่อเร็วๆนี้เลยละกันนะคะ
มีสปาเก็ตตี้ไปแล้ว ของคู่กันก็น่าจะเป็นมักกะโรนี อิอิ
พูดจริงๆ ให้เลือก เราก็ชอบมักกะโรนีมากกว่านะ สปาเก็ตตี้ทานมากๆ แล้วน่าเบื่อน่ะค่ะ
เป็นคนไม่ค่อยชอบกินของน้ำๆเท่าไหร่ สุกี้ อะไรแบบนี้ก็นานๆที ชอบของผัดๆ ทอดๆ ไม่ก็ต้มยำ อะไรเปรี้ยวๆไปเลย

มักกะโรนีทำง่ายกว่าสปาเก็ตตี้ค่ะ ไม่แน่ใจว่าของต้นฉบับตามสูตรเมืองนอกเค้ามีกระเทียมไหม?
แต่ของเรา ทำอะไร ชอบใส่หมด มันมีประโยชน์แล้วก็อร่อยดีค่ะ

1. ต้มมักกะโรนีให้สุกกำลังดี แล้วทิ้งน้ำออกให้แห้ง
2. กระเทียมเจียวกับน้ำมันร้อนๆ แต่ไม่ต้องให้เหลืองเจียวมากก็ดีนะคะ ประโยชน์ของกระเทียมจได้อยู่ครบๆ (คิดเองน่ะ)
สักพักตามได้หมูหรือไก่ลงไปทอดให้สุกพอประมาณ สักพัก (สูตรเรา) ตามด้วยมะเขือเทศหั่นเล็กใหญ่ตามชอบใจ และหอมหัวใหญ่ลงไป
3. สุกพอประมาณจึงค่อยเอามักกะโรนีลงไป แล้วจากนั้นก็ค่อยปรุงรส ใส่หมดน้ำตาล น้ำปลา และซอสมะเขือเทศ เพียงแต่แล้วแต่สูตร แล้วแต่ความชอบว่าอะไรจะหนัก อะไรจะเบามือหน่อยนะคะ




ถ้าตามภาพนั้น ทำ 2 ครั้งนะคะ ครั้งแรกเครื่องพร้อม แถมได้ผักใบเขียวแกมหน่อยด้วย
ส่วนครั้งหลัง เนื้อก็ไม่มี มีแต่มะเขือเทศกับไข่ แต่ออกมาครั้งหลังรสดีกว่าหน่อย ไม่เหนืด ไม่แข็งกำลังดี
ทำมักกะโรนี ถ้าทำเยอะเกินไป จะทำให้มันติดได้ค่ะ แต่บางคนก็ชอบแบบนั้น แล้วแต่น่ะนะ

posted: 02/25/2553 14:38:26  
 
 
 
 
 

ช่วงนี้ไม่รู้นึกครึ้มอะไร อาจจะเพราะพักหลังเป็นคนชอบกิน ชอบเที่ยวมั้ง
นึกไปนึกมา เลยอยากลองทำเอง
คือ ถ้าเรื่องทำอาหาร ก็พอเป็นอยู่บ้างนะคะ เคยแต่ ทอด กับ ผัด แต่ยังไม่เคยต้มๆ อะไรแบบนี้
ไม่อยากโม้.. แต่เราก็คิดว่า มันไม่ยากหรอก แค่เราขอยืนมองเค้าทำสักพัก เราก็พอจะทำได้แล้ว
แถมปรับปรุงเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองได้อีก อิอิ

หลังจากล้างมือผัดๆ ทอดๆ มานาน กลับมาอีกครั้ง ขอเปิดตัวกับเมนูสปาเก็ตตี้ค่ะ!!
ไม่ยากเลยนะ คิดว่า.. แค่นึกว่าใส่อะไรแล้ว อร่อยก็ใส่เข้าไปเถอะ ฮา~ คนอื่นทำไงไม่รู้นะ แต่เราทำแบบนี้



1. ใส่กระเทียม ทอดกับไฟอ่อน ให้สุกพอสมควร ตามด้วยหมูบด คลุกเคล้าให้เค้ากัน
ขั้นตอนนี้อาจจะใส่เกลือหรือพริกไทยปนไปหน่อย จะได้ติดในเนื้อหมู อร่อยดี

2. หอมหัวใหญ่กับมะเขือเทศหัวใหญ่ๆน่ะ หั่นจะใหญ่จะซอยเล็กแล้วแต่ชอบ ตามลงไปเมื่อหมูสุกแล้ว
พอสุกประมาณนึง ก็ตามน้ำเปล่าไปสักเกือบๆครึ่งหม้อพอ แล้วก็ทีนี้ก็ตามน้ำซอสมะเขือเทศแดงๆ เหยาะไป
เหยาะสักเกือบครึ่งขวดค่ะ สูตรของเรา
ตอนปรุงน้ำนั้น หลักๆ ใส่เกลือกับพริกไทย น้ำตาลได้นิดหน่อยไม่ต้องเยอะ เพราะมันได้ความเปรี้ยวและหวานจากน้ำมะเขือเทศแล้ว ต้มสัก 20 นาที หรือจนเดือดพลั่กๆ ขอ 2 ยก จะได้สุกๆ

3. ต้มน้ำใหม่ ใครชอบผักก็ต้มผักไว้แกล้มค่ะ ของเราใช้บล็อคอรี่ แล้วเพื่อความประหยัดค่ะ ตามด้วยต้มเส้นมักโรนีต่อเลย สัก 10 นาที น่าจะเรียบร้อย

แต๋น แต่น แตน...




จะได้หน้าตาออกมางดงาม และน่ากิน และอร่อย ประมาณนี้ค่ะ อิอิ (อวยตัวเอง)
จริงๆ ยังไม่เคยเห็นใครทำสปาเก็ตตี้ค่ะ เคยแต่กินอย่างเดียว แต่ก่อนทำก็ถามๆคนอื่นเค้าให้ชัวร์หน่อยว่าปกติมันใส่อะไรบ้าง ก็แค่นั้น ที่เหลือบรรเลงเอง :D

แล้วพึ่งมารู้หลังจากทำเสร็จไปหลายมื้อ คือ พึ่งทราบว่า เดี๋ยวนี้เค้าไม่มานั่งเสียเวลาต้มเองแล้ว
น้ำซอสมะเขือเทศไว้ราดแบบสำเร็จรูปก็มี บางคน อย่างน้อยเค้าก็ใช้ตัวนั้น แล้วเอามาผสมน้ำเพิ่มต้มเอง ก็ยังดีกว่าทำเองทั้งหมดเหมือนเรา ฮาฮา
แต่ก็นะ ไม่เป็นไรค่ะ ถ้ารอบใหม่ ไงก็ทำเองดีกว่า เพราะที่เค้าทำสำเร็จมาแล้ว มันชอบมีผงชูรส ไม่ก็สารกันบูด ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

จริงๆ ยังเหลืออีกหลายเมนูค่ะ ช่วงนี้ฮิตทำเกือบทุกสัปดาห์ ไว้จะทยอยลงมาให้ชมใหม่นะคะ ^_^

posted: 02/10/2553 17:21:39  
 
 
 
 
 

ขอยอมรับว่าอยู่ลัทธิ Sony!
พ่อเราได้เป็นผู้เผยแพร่ลัทธิมาก่อน เริ่มจาก เครื่องเสียง, โทรทัศน์...
ต่อมา พอถึงเรารุ่นลูก ก็ชอบโทรศัพท์มือถือ และแน่นอน โน๊ตบุคส์ ก็เล็งๆ ไว้อยู่เช่นกันค่ะ

ความจริง ก็ไม่ได้อยากได้โน๊ตบุคส์มากมายหรอก เพราะที่บ้านก็มีคอมอยู่ 2-3 เครื่องแล้ว
อีกอย่าง ถ้าจะไปเที่ยวไหน ก็ใช้มือถือเล่นเน็ตได้อยู่ แต่ก็นะ ไหนๆ ก็ไหน ใจจริงเราดูๆยี่ห้อ  Lenovo ไว้อยู่เหมือนกัน มันเป็นของ IBM เคยลองเล่นแล้ว แข็งแรง เร็ว ใช้ได้ค่ะ
แต่ก็นะ โชคชะตามันก็แบบนี้ คนมันเนื้อคู่กัน (คู่กับพี่โซนี่ อิอิ)
เห็นเค้าว่า Sony จัดโปรโมชั่นอยู่ใกล้ๆ รีบไปซื้อ และได้กลับมาทันใดเลย

ตัวที่เราซื้อนี้เป็น Netbook ค่ะ ตัวเล็กๆ หลักๆ ไว้เล่นเน็ต ทำงานพิมพ์ กราฟฟิคได้นิดหน่อย
ก็นั่นแหละค่ะ อย่างที่ว่า กะไว้พกพา ไปเที่ยวหรือเล่นนิดๆหน่อย เวลาอยู่บ้านเท่านั้น
ก็โอเคดีนะคะ โซนี่ไม่ทำให้ผิดหวังอยู่แล้ว หน้าตา รูปร่างนี่กินขาด ส่วนประสิทธิภาพนี่ก็ไม่แพ้ใคร อิอิ
ตัวนี้ ได้มาเป็น Windows7 ด้วยค่ะ แรม 2 gb. เชียวก็น่าสนใจดี
จริงๆ แอบเหล่ ตัวใหม่ล่าสุดของโซนี่ ที่จอแค่ 8 นิ้ว ทรงยาวๆ
แต่ก็นะ ดูๆไปแล้ว เล็กไปหน่อยจริงๆ แค่ตัวนี้ 10 นิ้วนิดๆ เราก็ว่าเล็กแล้ว แค่นั้นคงไม่ไหวอ่ะนะ

ยังอยากได้ของๆ Sony อีกหลายอย่างสิคะ อิอิ
อุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ละตัวของ Sony ก็ดูดี แข็งแรง น่าใช้ทั้งนั้น
นึกถึงสมัยสัก 10 ปีที่แล้ว ซื้อทีวี Sony Trinitron ตอนออกใหม่ๆ 25' ราคาสามหมื่นกว่า
สู้ตอนนี้ไม่ได้ค่ะ จอแบนราบ Lcd 40' เห็นจะได้ ไม่ถึงสามหมื่นเลย เฮ้อ...
ต้องรอโล๊ะของเก่าก่อน ไว้จะสร้างโรงหนังที่บ้านส่วนตัว ฮาฮา
เดี๋ยวนี้ของไม่ค่อยแพงนะคะ รู้สึกดีจังเวลาได้ซื้อใช้  ^_^

ชักอยากได้ PS3 กะ PSP มันก็ดูดีเหมือนกันนา อิอิ
PS2 กะ Wii ยังเล่นได้ไม่กี่เกมส์เลยสิ เรากลายเป็นคนชอบเล่นเกมส์ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยะ? ไม่จริ๊งไม่จริง

posted: 02/01/2553 21:18:44  
 
 
 
 
 

มีเรื่องที่อยากจะเขียนเรียงคิวอยู่หลายเรื่อง แต่เนื่องด้วยวันก่อนไปเห็นบทวิจารณ์ความคิดเห็นของใครสักคนนึงแล้วรู้สึกตะหงิดๆขึ้นมา
วันนี้จึงขอใช้พื้นที่ blog หน้านี้ พูดอะไรสักนิด

ก่อนอื่นต้องขออภัยสำหรับคนที่อาจจะไม่เห็นด้วย หรือรู้สึกว่าฟังแล้วไม่เข้าหู หรือคำพูดเราบางคำอาจจะแทงเข้าไปในจิตใจของคุณล่วงหน้านะคะ เราขอพูดตรงๆ อย่างเปิดอกสักนิดนึง...
เรารู้สึกอนาถใจสุดๆ เมื่อเวลาได้ยิน ใครบางคนพูดว่า "การแต่งงานเป็นแค่การกระดาษแผ่นเดียว"
ถ้าผู้ชายพูด ผู้ชายคนนั้น เห็นแก่ตัวสุดๆๆๆๆ
ถ้าผู้หญิงพูด ผู้หญิงคนนั้น ปัญญาทึบ งี่เง่าสุดๆๆๆๆ

เวลาคนพูดคำนี้ มักจะตามด้วยประมาณว่า.. อยู่ก่อนแต่งน่ะ ดีออก ได้เรียนรู้นิสัยกัน ได้เห็นธาตุแท้กันและกัน ดีไม่ดียังไงได้เลิกทัน ไม่ต้องอายใครที่ต้องจัดการแต่งใหญ่โต ฯลฯ
โหย ไอ่...เอ้ย... ไม่รู้ใช้อะไรคิด เห็นแก่ตัวสุดๆล่ะไม่ว่า เรารู้ว่าส่วนใหญ่ผู้ชายมักคิดและพูดคำนี้ ส่วนผู้หญิงเจ้ากรรม ก็งี่เง่าตามผู้ชายของมานก็เออออห่อหมก โอเค เยสๆ

ขอโทษนะคะ คนเราน่ะ จะ 10ปี 20ปี 50ปี มันเกิดอยากเลวววขึ้นมา หรือนิสัยอยากเปลี่ยน ทำไมจะทำไม่ได้?????
มีไม่น้อยไม่ใช่หรอ คู่สามีภรรยาที่แต่งกันมา 20 กว่าปี ดีต่อกันมาตลอด
แต่สุดท้าย ไอ่ผัวตัวดี เกิดใจแตกในบั้นปลายชีวิตไปเจอสาวเอ๊าะรุ่นลูก ตะบะแตกเลยมีชู้ขอเลิกกับเมีย? มันก็มีออกถมเถไป
หรืออีกกรณี ก็อยู่กันมานาน แต่ไม่รู้ผีห่าซาตานตัวไหนเข้าสิง จากตอนแรกเป็นผู้ชายเรียบร้อย สุขุม เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ
แต่หลังจากคบกับเพื่อนใหม่กลุ่มนึง ได้พาเขาไปในทางที่ไม่ดี ติดเหล้า เที่ยวหญิงได้สะงั้น ติดเพื่อนมากกว่าติดเมีย ฯลฯ

เค้ายังมีคำพูดเลยค่ะว่า "การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด"
เพราะฉะนั้น ไม่เว้นแม้แต่นิสัยใจคอคนเราหรอกค่ะ คบกันหลายสิบปี บางทีก็อาจจะไม่ทราบนิสัยใจคอที่หยั่งลึกกันได้เลย เรื่องของความรักมันต้องดูทั้งชีวิตแหละค่ะ!!

คือที่กล่าวมา เรากำลังจะบอกว่า "อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด"
ไม่มีใครทำนายอนาคตในอีกหลาย 10 ปีข้างหน้า ดังนั้น ไอ่เรื่องอยู่ก่อนแต่งเนี่ยะ เพื่อศึกษากันเนี่ยะ มันงี่เง่าชัดๆ!
ทำไมต้องอยู่ด้วยกันคะ? เป็นแฟนกัน ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เนี่ยะ ไม่ได้ศึกษาอะไรกันได้เลยหรือไง?
เราว่าการอยู่ด้วยกัน มันศึกษาอย่างเดียว....เรื่องอย่างว่ามั้ง?
พวกคุณอยากนอนกันก็พูดกันตรงๆกันดีกว่า ทำไมต้องอ้างว่าอยากศึกษาเรียนรู้นิสัยกัน เราฟังแล้วอยากสำรอกมาทุกครั้ง

คือ เราไม่ได้ห้ามนะ ถ้าใครอยากจะทำไรกัน หรืออยากอยู่ด้วยกัน โดยไม่ได้แต่งก็จริง เราไม่ได้ว่าและไม่ห้ามเลย
ถ้า.....คุณโตๆกันแล้ว มีการมีงานทำ มีเงิน มีวุฒิภาวะ นั้นคือ ...การตัดสินใจของคุณ
แต่เรารำคาญมาก พวกที่ชอบอ้างว่า "อยู่ก่อนแต่งดีกว่า ได้เรียนรู้กัน" หรือ "ไม่ต้องแต่งงานหรอก มันแค่กระดาษแผ่นเดียว"
อย่าเอามาอ้างได้ไหม? ขอร้องล่ะ ฟังแล้ว.. ผู้ชายก็ส่อความเลว ผู้หญิงก็ส่อความโง่ไงไม่รู้ ??
เราไม่รู้สึกอะไรนะคะ สำหรับคนที่แต่งงานแล้ว หย่า แล้วแต่งใหม่ เราว่าเท่ห์ออก ไม่รักกันก็เลิกกันไป
แต่คือ ทำอะไรเลย ไม่เคยแอบ ต้องประกาศให้ชาวบ้านรับรู้มันดูดีกว่า

แล้วคำต่อมาที่บอกว่า "ผิดพลาดไง จะได้เลิกกันได้ ไม่อายใคร"
เออ สรุปว่า ที่พวกแกมาคบกันเนี่ยะ แกเตรียมใจจะเลิกกันล่วงหน้าแล้วหรอ? ถ้าคบแล้ว ยังมีความรู้สึกกังวลใจในอนาคตได้เนี่ยะ เราว่าพวกคุณไม่ได้รักกันจริงหรอก
คนเรานะ รู้ว่า ไม่มีใคร perfect 100% แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ผัวเมียที่คบกันมาได้เป็น 10ๆๆปีเนี่ยะ เพราะเค้ารู้จักคำว่า "เข้าใจ และ ให้อภัยกัน" ยังไงล่ะคะ?
ดังนั้น เราเชื่อว่า ถ้ารักกันจริงๆ แล้วรู้จัก 2 คำนี้ เชื่อว่า ทุกคู่ต้องรักกันได้ตลอดไปแน่นอน
พวกที่เลิกกันส่วนใหญ่ นั้นก็เพราะ ไม่เข้าใจกัน และไม่รู้จัก ให้อภัยกัน ในที่สุด ก็ทะเลาะ เหม็นหน้า มีคนใหม่ และเลิกรากันไปทั้งนั้น

ความรัก บางทีก็เป็นเรื่องง่าย บางทีก็เป็นเรื่องยาก
แต่เราเชื่อว่า ถ้าเรา"รักกันจริง" เป็นคู่แท้ของกันและกัน มันไม่มีอะไรมาขวางกั้นได้แน่นอน
เราจัดคู่ที่คิดเรื่องอยู่ก่อนแต่งและกระดาษแผ่นเดียวว่า เป็นคู่ชั่วคราว คู่ลุ่มหลง
ทำไมต้องลอง? ไม่เข้าใจ..
ลองเป็นแฟน ลองคบกัน ลองคุยกัน ลองรู้จักกัน เราเข้าใจ แต่ลองอยู่กันโดยไม่ต้องแต่งงาน ขำค่ะ
เรารู้ว่า เดี๋ยวนี้สังคมไทยไม่ถือเรื่องแบบนี้ และทำตัวผิดประเพณีกันเกิน 80% หรืออาจจะ 90%
เราจะไม่โทษ ไม่ว่าใครเลย ถ้าคุณทำเพราะอยากทำ..มีอะไรไหม? พูดมาคำนี้ได้เลยเต็มๆ ดีกว่า
เราจะไม่ว่า แล้วแถมยังจะยกหัวนิ้วโป้ง ทึ่งในความเถรตรงของคุณด้วย เอ้า! แต่กรุณาอย่ามาอ้างเรื่องอื่น มันฟังไม่ขึ้นค่ะ

ขอโทษที่อาจจะพูดกระทบหลายๆคน ให้ดี เราแนะนำว่า อะไรที่รู้ว่าไม่ดีก็อย่าทำเลยค่ะ ล้มไปแล้วก็มีแต่คนสมน้ำหน้า ไม่มีใครคิดว่าเรื่องแบบนี้มันดีหรอกนะคะ
การหย่าไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เขาได้แล้วทิ้งน่าอายกว่าค่ะ

posted: 01/24/2553 11:40:04  
 
 
Copyrights © 2001-2008 All rights reserved by MAY-CHAN ::: Email: webmaster@wondermay.com ::: Msn: wondermay004@hotmail.com ::: Icq: 85504365